1.
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
และมีประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด สามาถประมวลผลคำสั่งได้ 100 ล้านคำสั่งต่อนาที เหมาะกับงานที่ต้องใช้ความละเอียด มีการคำนวณซับซ้อน
และต้องการความถูกต้องแม่นยำ เช่น การพยากรณ์อากาศ การทดสอบทางอวกาศ งานสื่อสารดาวเทียม งานวิจัยพลังงานนิวเคลียร์
งานวิจัยขีปนาวุธ
งานวิจัยวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพรองจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สามารถรองรับการทำงานจากผู้ใช้ได้หลายร้อยคน
ประมวลผลด้วยความเร็วสูง มีหน่วยความจำขนาดใหญ่
การจัดเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมากใช้กับองค์การขนาดใหญ่ เช่น งานธนาคาร การจองตั๋วเครื่องบิน
การลงทะเบียนและการตรวจสอบผลการเรียนของนักศึกษา
งานสำมะโนประชากรของรัฐบาล
ประกันชีวิตเป็นต้น
3. มินิคอมพิวเตอร์
(Minicomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำงานน้อยกว่าเมนเฟรมแต่สูงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์
เหมาะกับงานที่มีข้อมูลจำนวนมาก สามารถรับรองการทำงานจากผู้ใช้ได้หลายคนในการทำงานที่แตกต่างกัน
เช่น การคำนวณทางด้านวิศวกรรม ทำให้การพัฒนามินิคอมพิวเตอร์เจริญอย่างรวดเร็ว
การจองห้องโรงแรม การทำงานด้านบัญชีขององค์การธุรกิจ เป็นต้น
4. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีผู้นิยมใช้แพร่หลายมาก
ที่สุด มีขนาดเล็กและราคาถูก เคลื่อนย้ายได้สะดวก สามารถใช้งานโดยผู้ใช้คนเดียว (Stand
alone) เหมาะกับงาน
Word Precessing, Speead sheet, Accorting จัดทำสิ่งพิมพ์ แบ่งได้ดังนี้
1.
แบบติดตั้งใช้งานอยู่กับที่บนโต๊ะทำงาน
(Desktop Computer)
2.
คอมพิวเตอร์
แล็ปท็อป (Notebook) พกพาสะดวก
3.
คอมพิวเตอร์
แทปเลท (Tablet Computer) มีลักษณะคล้ายโน๊ตบุ๊ค
แต่มีความแตกต่าง คือ สามารถป้อนข้อมูลทางจอภาพได้ (ใช้ปากกาชนิดพิเศษ)
4.
คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา(Handheld Computer) มีขนาดเท่าฝ่ามือ เช่น Palmtop, PDA (Personal Digital Assistant)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น